อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่กลางวงเวียนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแยกระหว่างถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถี และถนนพญาไท กิโลเมตรที่ 0.0 ของถนนพหลโยธิน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
อายุสมัย :
รัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (สร้าง พ.ศ. 2484)
ประเภทโบราณสถาน :
อนุสาวรีย์ ยังไม่ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

ประวัติและความเป็นมา

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของไทยในกรณีพิพาทอินโดจีนกับฝรั่งเศส อันมีสาเหตุเนื่องจากรัฐบาลไทยขอให้รัฐบาลฝรั่งเศสปรับปรุงเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับอาณานิคมของฝรั่งเศสด้านอินโดจีนให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ฝรั่งเศสพยายามประวิงเวลาเรื่อยมา กระทั่งถึง พ.ศ. 2483 ฝรั่งเศสตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสจึงขอทำสัญญาสงบศึกกับไทย และสัญญาจะไม่รุกรานไทย เพราะอยากเปิดศึกสองด้าน รัฐบาลไทยจึงยินยอมโดยมีเงื่อนไขให้ฝรั่งเศสปรับปรุงเขตแดนให้เรียบร้อย ทั้งต้องคืนดินแดนลาวและกัมพูชาที่ยึดไปกลับคืนให้ไทย
ฝรั่งเศสปฏิเสธข้อเสนอ และเริ่มรุกรานไทยด้วยการยิงปืนข้ามแม่น้ำโขง ส่งเครื่องบินล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และในวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2483 เครื่องบินฝรั่งเศสได้เข้ามาทิ้งระเบิดที่จังหวัดนครพนม ไทยจึงตอบโต้และเคลื่อนกำลังเข้ายึดดินแดนในอินโดจีนส่วนที่เป็นของไทยกลับคืนมาหลายแห่ง การรบดำเนินอยู่จนวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นขอเสนอตัวเป็นกลางไกล่เกลี่ยกรณีพิพาท ผลทำให้ฝรั่งเศสยอมคืนดินแดนบางส่วนในอินโดจีนให้ไทย ได้แก่ หลวงพระบางฝั่งขวา จำปาศักดิ์ ศรีโสภณ และพระตะบอง ในการรบครั้งนี้ฝ่ายไทยสูญเสียทหารและพลเรือน 59 นาย
เมื่อเหตุการณ์สงบ รัฐบาลไทยซึ่งมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี มีมติให้สร้างอนุสาวรีย์เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการสงครามและประสบอันตรายถึงแก่ชีวิต เพื่อให้เป็นเกียรติประวัติวีรกรรม และเป็นเครื่องเตือนใจอนุชนรุ่นต่อมา ให้ชื่อว่า “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” โดยกำหนดพื้นที่ก่อสร้างบริเวณสี่แยกถนนราชวิถีตัดกับถนนพญาไท และต้นถนนพหลโยธิน (ขณะนั้นเรียกว่าถนนประชาธิปัตย์) พื้นที่ 6,781 ตารางวา มีหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล เป็นผู้ออกแบบ และศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นหัวหน้าช่างปั้น
พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้วางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484 ซึ่งตรงกับวันชาติ และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้ทำพิธีเปิดในวันชาติของปีถัดมา คือ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2485 จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นประธานในพิธีเปิด มีพิธีสวนสนามของทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ หน่วยโยธาธิการ ยุวชนทหาร อาสากาชาด และยุวนารีกับนักเรียน

คุณค่าและความสำคัญ

เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงผู้สละชีพเพื่อชาติจากสงครามต่างๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2483 - 2497

รูปแบบทางศิลปะและสถาปัตยกรรม

สถาปนิกผู้ออกแบบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิคือหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล มีแรงบันดาลใจ 5 ประการ คือ
  1. ปฏิบัติการของกองทัพทั้งสี่
  2. ปฏิบัติการอย่างกล้าหาญของกำลังพลโดยเฉพาะ
  3. อาวุธที่ทหารใช้สู้รบ
  4. เหตุการณ์สำคัญที่ต้องเปิดการสู้รบ
  5. ความสนใจของประชาชน
นอกจากนี้จากคำบอกเล่าของนายธนู มาลากุล ณ อยุธยา บุตรชายหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ได้เล่าว่า งานออกแบบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินี้น่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม เพราะพระปรางค์วัดอรุณฯ นั้นเป็นสัญลักษณ์ทางทัศนคติทางพระพุทธศาสนา และยังเป็นสัญลักษณ์ของการกอบกู้บ้านเมืองให้ได้รับอิสรภาพ และสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นใหม่ กอบกู้เอาเอกราชคืนมา และได้สร้างกรุงเทพมหานครเป็นราชธานี พระปรางค์วัดอรุณฯ จึงเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญตราบจนเท่าทุกวันนี้
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น เมื่อดูองค์รวมแล้วก็มีความคล้ายคลึงกับพระปรางค์วัดอรุณฯ เพียงแต่องค์ประกอบและรายละเอียดต่างกันไปตามเนื้อหาสาระของเรื่องราว
ตรงกลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเปรียบเสมือนดาบปลายปืนให้เห็นถึงการต่อสู้อันแหลมคมทั้งปัญญาและอาวุธ องค์ประกอบโดยรอบคือทหารหาญแห่งกองทัพไทยที่เข้ารบกับอริราชศัตรูเป็นสามารถ เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องดินแดนอันเป็นราชอาณาจักรไทย รักษาเอกราชของชาติไทย
จึงเห็นได้ว่ารูปแบบของอนุสาวรีย์ใช้สัญลักษณ์เป็นรูปดาบปลายปืน ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายทหาร จำนวน 5 เล่ม ประกอบรวมกันจัดตั้งเป็นกลีบแบบรูปมะเฟือง ปลายดาบชี้ขึ้นบน ส่วนคมของดาบหันออก ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นผิวประดับด้วยหินอ่อน มีความสูงจากฐานถึงยอดประมาณ 50 เมตร (เฉพาะส่วนของดาบปลายปืนสูงประมาณ 30 เมตร) ดาบปลายปืนส่วนด้ามตั้งเป็นฐานเหนือเพดานห้องโถงใหญ่ ภายในห้องโถงใช้เก็บกระสุนปืนใหญ่และบรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตในกรณีพิพาทไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส
ส่วนด้านนอกรอบโคนดาบปลายปืน มีรูปปั้นหล่อทองแดงวีรชน ขนาดความสูงขนาด 2 เท่าของคนจริง ประกอบด้วย 5 เหล่า ได้แก่ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน ที่ฐานอนุสาวรีย์มีแผ่นจารึกทำด้วยหินอ่อน ตัวอักษรหล่อด้วยทองแดง แสดงรายชื่อวีรชนที่เสียชีวิตจากกรณีพิพาทไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศสจำนวน 59 นายไว้ และต่อมากระทรวงกลาโหมได้ประกอบพิธีบรรจุอัฐิวีรชนผู้กล้าหาญจากสมรภูมิอื่นๆ และจารึกชื่อเพิ่มไว้ที่แท่นฐานอนุสาวรีย์
(**ปัจจุบันปรากฏรายชื่อผู้เสียชีวิตที่จารึกไว้รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิด้านนอก นับตั้งแต่ พ.ศ. 2483 - 2497 จำนวน 807 ชื่อ และที่ปรากฏด้านในอนุสาวรีย์ มีรายชื่อผู้เสียชีวิตทุกสมรภูมิทั้งที่มีอัฐิและไม่มีอัฐิ จำนวน 7,297 ราย – นับโดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เมื่อ พฤษภาคม พ.ศ. 2558)
บริเวณอนุสาวรีย์ล้อมด้วยรั้วเหล็ก และมีการประดับด้วยไม้ดอกไม้ประดับโดยรอบ มีประตูทางเข้า 8 ด้าน ลานรอบอนุสาวรีย์เป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง 131 เมตร ยาว 260 เมตร แท่นฐานอนุสาวรีย์เป็นรูปวงกลม วัดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ 51 เมตร มีบันได้ขึ้นไปสู่อนุสาวรีย์ 4 ชั้น

ประวัติการอนุรักษ์และซ่อมแซม

  • พ.ศ. 2486 มีพิธีเปิดแผ่นจารึกนามผู้เสียชีวิต โดยแผ่นที่นำมาเปลี่ยนใหม่นี้มีรายนามผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมจากสงครามอินโดจีนฝรั่งเศสและสงครามมหาเอเชียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด
  • พ.ศ. 2490 กระทรวงกลาโหมทำการบูรณะซ่อมแซมบริเวณอนุสาวรีย์ ได้แก่ เพิ่มเสาไฟฟ้าดวงโคมรอบอนุสาวรีย์ 8 ต้น หล่อตัวอักษรรายชื่อทหารเสียชีวิตเพิ่มเติม พร้อมจารึกชื่อในแผ่นป้ายจารึกชื่อ และซ่อมตัวอักษรชื่อทหารที่จารึกไว้แล้ว
  • พ.ศ. 2491 กระทรวงกลาโหมทำพิธีบรรจุอัฐิทหาร 656 นายไว้ในอนุสาวรีย์
  • พ.ศ. 2495 ได้ทำการจารึกรายชื่อผู้ที่เสียชีวิตในกรณีสงครามเกาหลีเพิ่มเติม
  • พ.ศ. 2551 กรุงเทพมหานครได้ทำการซ่อมแซม ดังนี้ บันไดคอนกรีต พื้นดาดฟ้าโถงเก็บอัฐิวีรชน ขัดพื้นหินขัด ผนัง และทาสีโถงเก็บอัฐิวีรชน ซ่อมพื้นลานที่ชำรุด
  • พ.ศ. 2558 กรุงเทพมหานครได้ทำการบูรณะบริเวณลานและโถงเก็บอัฐิวีรชน ได้แก่ การขัดล้างทำความสะอาด ฟื้นฟูบูรณะผิวเดิม ขูดลอกล้างสีเดิม และทาสีใหม่

ตรงกลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเปรียบเสมือนดาบปลายปืนให้เห็นถึงการต่อสู้อันแหลมคมทั้งปัญญาและอาวุธ องค์ประกอบโดยรอบคือทหารหาญแห่งกองทัพไทยที่เข้ารบกับอริราชศัตรูเป็นสามารถ เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องดินแดนอันเป็นราชอาณาจักรไทย รักษาเอกราชของชาติไทย

รอบโคนดาบปลายปืน มีรูปปั้นหล่อทองแดงวีรชน ขนาดความสูงขนาด 2 เท่าของคนจริง ประกอบด้วย 5 เหล่า ได้แก่ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน

ที่ฐานอนุสาวรีย์มีแผ่นจารึกทำด้วยหินอ่อน ตัวอักษรหล่อด้วยทองแดง แสดงรายชื่อวีรชนที่เสียชีวิตจากกรณีพิพาทไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศสจำนวน 59 นายไว้ และต่อมากระทรวงกลาโหมได้ประกอบพิธีบรรจุอัฐิวีรชนผู้กล้าหาญจากสมรภูมิอื่นๆ และจารึกชื่อเพิ่มไว้ที่แท่นฐานอนุสาวรีย์

ภายในห้องโถงใหญ่มีประตูทางเข้า 5 ด้าน เหนือบานประตูแต่ละด้านมีงานประดับที่มีสัญลักษณ์และความหมายแตกต่างกันไป ล้วนแฝงไว้ด้วยนัยที่เกี่ยวกับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

สถานที่ใกล้เคียง

อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่
4.6 (447)
อนุสาวรีย์

อนุสาวรีย์หมู (อนุสาวรีย์สหชาติ)
4.3 (56)
อนุสาวรีย์

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
4.8 (19)
อนุสาวรีย์

ตําแหน่งที่ตั้ง