พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

(อนุสาวรีย์ ร.6)

ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าสวนลุมพินี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
อายุสมัย :
รัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (สร้าง พ.ศ. 2484)
ประเภทโบราณสถาน :
อนุสาวรีย์ ยังไม่ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

ประวัติและความเป็นมา

การจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยได้ริเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2475 โดยคิดที่จะรวมทุนจากนักเรียนเก่าวชิราวุธก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ประดิษฐานในโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย แต่เมื่อข่าวแพร่หลายออกไป ประชาชนผู้จงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์จำนวนมาก แนวความคิดที่จะประดิษฐานในโรงเรียนจึงเปลี่ยนไป สมาคมฯ มีความเห็นว่า ควรจะประดิษฐานในที่สาธารณะซึ่งประชาชนสามารถเข้าสักการะได้โดยสะดวก และสมควรนำเสนอโครงการให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ
รัฐบาลขณะนั้นมีจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี มีความเห็นชอบโครงการและรับดำเนินการตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องสร้างพระบรมรูปเป็นอนุสาวรีย์เชิดชูพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2482 ดังข้อความตอนหนึ่งว่า “ด้วยคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาพร้อมกันเห็นว่า สมควรที่จะสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าแห่งประเทศไทยในเบื้องบรรพ์ ผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐและทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวง ในประวัติการณ์แห่งประเทศชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์แสดงความจงรักภักดี และกตัญญูกตเวทิตาธรรมของประชาชนชาวไทย และเป็นถาวรนิมิตรเชิดชูเกียรติประเทศไทยชั่วกาลนาน
ฉะนั้นจึงได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระมหาราชเจ้ารวม 8 พระองค์ คือ พระเจ้าพรหมมหาราช พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนาราย์มหาราช สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้ในจังหวัดอันเป็นแหล่งหรือมูลเดิมแห่งการที่ก่อตั้งพระเกียรติประวัติของแต่ละพระองค์
โดยเหตุที่ได้มีคณะบุคคลผู้จงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวกำลังดำเนินการรวบรวมทุนเพื่อสร้างพระบรมรูปถวายเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์อยู่บ้างแล้วประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งเทศบาลนครกรุงเทพกำลังจะบูรณะสวนลุมพินี ซึ่งได้สร้างขึ้นเพื่อฉลองรัชกาลของพระองค์ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอันสมบูรณ์แห่งหนึ่งในจังหวัดพระนคร ซึ่งถ้าได้พระบรมรูปของพระองค์ท่านประดิษฐานเป็นสง่าอยู่ที่สวนลุมพินีในขณะนี้แล้วก็ย่อมเหมาะแก่กาละเทศะอย่างยิ่ง โดยเหตุนี้คณะรัฐมนตรีจึงได้ลงมติให้ดำเนินการสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นปฐม กำหนดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จเปิดทันวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2483 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ สำนักนายกรัฐมนตรีวางระเบียบการสร้างและการเรี่ยไรเงินไว้ ดังนี้
  1. ให้กรมศิลปากรจัดออกแบบและดำเนินการสร้างพระบรมรูปตามอนุมัติคณะรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จทันวันเปิด ณ วันที่ 1 มกราคม 2483
  2. ให้กรมโฆษณาการดำเนินการชักชวนเรี่ยไรเงิน โดยติดต่อกับคณะกรรมการจังหวัดต่างๆ และบุคคลหรือคณะบุคคลที่จะร่วมมือในการนี้
  3. เงินที่ใช้จ่ายในการก่อสร้าง ประมาณ 60,000 บาท ถ้าเรี่ยไรเงินได้มากกว่างบประมาณ รัฐบาลจะได้พิจารณาการใช้จ่ายเงินจำนวนที่เกินไปในทางเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าพระองค์นั้น ถ้าหากเงินที่เรี่ยไรได้ยังขาดเหลือประการใด รัฐบาลจะได้พิจารณาเงินมาช่วยจุนเจือต่อไป
คณะกรรมการจัดหาเงินเรี่ยไรมีเงินทุนจากการบริจาคตั้งแต่ พ.ศ. 2475 และได้ดำเนินการจัดงานวชิราวุธานุสรณ์เป็นครั้งแรกที่สวนอัมพร ระหว่างวันที่ 1-3 มีนาคม พ.ศ. 2482 ได้ยอดเงินประมาณแสนเศษ เพียงพอสำหรับการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ คณะกรรมการอันประกอบด้วยกรมศิลปากร กรมโยธาเทศบาล และสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย จึงเริ่มดำเนินการก่อสร้าง โดยกำหนดงานเป็น 3 ระยะ คือ
  1. ทำเขื่อน ถมดิน ปรับที่ บริเวณโดยรอบซึ่งจะก่อสร้างฐานพระบรมรูปที่สวนลุมพินี
  2. ก่อสร้างฐานพระบรมรูป และตกแต่งเครื่องประดับอนุสาวรีย์
  3. หล่อและแต่งองค์พระบรมรูป
การหล่อและแต่งองค์นี้ กรมศิลปากรได้มอบหมายให้ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เป็นผู้ออกแบบและปั้นหล่อ ประกอบพิธีเททองเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 ณ สวนศิวาลัย ในพระบรมมหาราชวัง โดยเริ่มหล่อส่วนพระเศียรก่อน แล้วจึงหล่อส่วนพระองค์ การหล่อพระบรมรูปทั้งองค์เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2484 นับเป็นครั้งแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ที่ทำการหล่อรูปใหญ่ขนาดนี้ได้สำเร็จในประเทศ ก่อนหน้านี้ต้องจ้างหล่อในต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรป
ในครั้งแรกคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นสมควรจะให้ประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484 แต่เนื่องด้วยการก่อสร้างบริเวณรอบองค์อนุสาวรีย์ยังไม่เรียบร้อย จึงได้เลื่อนกำหนดการไปประกอบพิธีเปิดในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2485 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และจัดงานฉลองปีใหม่พร้อมกัน การเตรียมงานเรียบร้อยแล้ว แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องชะงักลงฉับพลัน เมื่อญี่ปุ่นได้ส่งทหารเข้ารุกรานอธิปไตยของไทยเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484 คณะรัฐมนตรีจึงสั่งระงับพิธีเปิดไปก่อนจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ กระทั่งวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2485 จึงมีพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ แต่ไม่มีการฉลองเนื่องจากบ้านเมืองยังตกอยู่ในสถานการณ์สงคราม ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตยทิพยอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เสด็จประกอบพระราชกรณียกิจแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คุณค่าและความสำคัญ

เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวองค์แรก และนับเป็นครั้งแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ที่ทำการหล่อรูปขนาดใหญ่ได้สำเร็จภายในประเทศ (ก่อนหน้านี้ต้องส่งไปจ้างหล่อที่ยุโรป)

รูปแบบทางศิลปะและสถาปัตยกรรม

พระบรมรูปหล่อโลหะ ขนาดสองเท่าครึ่งของพระองค์จริง พระอิริยาบถยืน ฉลองพระองค์ชุดนายพลเสือป่าพรานหลวง พระหัตถ์ซ้ายทรงกุมพระแสงกระบี่ พระหัตถ์ขวาทรงถือพระคทา ประดิษฐานบนแท่นฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม 2 ชั้น มีฐานบัวรองรับ ชั้นบนเป็นฐานทรงแคบสูง ชั้นล่างมีพานพุ่มหล่อโลหะตั้งไว้ทั้ง 4 มุม ด้านหน้าติดแผ่นโลหะหล่อรูปตราวชิราวุธ ด้านหลังเป็นแผ่นโลหะหล่อคำจารึกพระบรมราชานุสาวรีย์ ที่ฐานชั้นล่างนี้ทำเป็นปีกยื่นออกไปทั้ง 2 ข้าง แต่ละข้างมีบันไดลดหลั่นลงมา ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนลานคอนกรีต มีบันไดนำขึ้นไปยังที่สักการะหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เป็นประติมากร ปั้นหล่อพระพุทธรูป เทศบาลนครกรุงเทพฯ ดำเนินการสร้างแท่นฐานและตกแต่งบริเวณ

ประวัติการอนุรักษ์และซ่อมแซม

  • พ.ศ. 2554 กรุงเทพมหานครทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ณ สวนลุมพินี เนื่องจากตรวจพบสภาพความเสียหายชำรุดโดยรอบ อาทิ กระเบื้องปูพื้นบริเวณพื้นลานไม่เรียบ มีร่องรอยการรื้อถอน ฝาบ่อพักท่อระบายน้ำชำรุดและเป็นสนิม บริเวณฐานอนุสาวรีย์มีคราบบสกปรก บันไดมีร่องรอยการแตกร้าว ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง โคมไฟชำรุด แตกเสียหาย ฐานเสาไฟและเสาไฟเหล็กหล่อชำรุดแตกเสียหาย เป็นต้น โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวความคิดในการออกแบบของสำนักผังเมือง งบประมาณ 45 ล้านบาท มีรายละเอียดในการดำเนินการ คือ อนุรักษ์รูปแบบเดิมคือการรื้อฟื้นน้ำพุทรงกลมแบบดั้งเดิม เสริมต้นไม้ใหญ่ตัดแต่งและเพิ่มร่มเงา รูปแบบสวนตามแนวทางเดิมในอดีต โดยใช้พืชพันธุ์เขตร้อนชื้นในการจัดสวน (Tropical Landscape) อีกทั้งวัสดุที่นำมาใช้ในการปรับปรุงให้มีความเหมาะสม ดำเนินการแล้วเสร็จกลางเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมรูปหล่อโลหะ ขนาดสองเท่าครึ่งของพระองค์จริง พระอิริยาบถยืน ฉลองพระองค์ชุดจอมพลทหารบก พระหัตถ์ซ้ายทรงกุมพระแสงกระบี่ พระหัตถ์ขวาทรงถือพระคทา

ข้อสันนิษฐานจากภาพถ่ายและบันทึกพบว่า มีการเปลี่ยนแท่นฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมที่ใช้ประดิษฐานพระบรมรูปให้มีขนาดสูงขึ้น เพื่อความสมส่วนกับองค์พระบรมรูป ทำให้พระบรมราชานุสาวรีย์ดูสง่างามมากขึ้น

ประดิษฐานบนแท่นฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม 2 ชั้น มีฐานบัวรองรับ ชั้นบนเป็นฐานทรงแคบสูง ชั้นล่างมีพานพุ่มหล่อโลหะตั้งไว้ทั้ง 4 มุม

ด้านหลังเป็นแผ่นโลหะหล่อคำจารึกพระบรมราชานุสาวรีย์

ด้านหน้าติดแผ่นโลหะหล่อรูปตราวชิราวุธ

ข้อมูลอื่นๆ ที่มีความสําคัญ

คุณวรชาติ มีชูบท เขียนไว้ใน http://www.vajiravudh.ac.th/OVtoVC/OVtoVC_95.htm ถึงการเพิ่มความสูงของแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ว่า “เมื่ออัญเชิญพระบรมรูปขนาด 2 เท่าครึ่งพระองค์ขึ้นประดิษฐานเหนือแท่นฐานพระบรมราชานุสรณ์ที่สวนลุมพินีแล้ว จึงได้ตระหนักกันว่า แท่นฐานพระบรมราชานุสรณ์นั้นมีขนาดไม่เหมาะสมกับพระบรมรูปที่มีขนาดใหญ่ดูไม่สมพระเกียรติยศ จึงมีความเห็นร่วมกันว่า ควรเสริมฐานพระบรมราชานุสาวรีย์นี้ให้สูงขึ้น เพื่อให้พระบรมรูปที่ประดิษฐานเหนือแท่นฐานนั้นดูสง่างาม
เนื่องจากการสร้างเสริมฐานพระบรมราชานุสาวรีย์นั้นจำต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมจากที่ได้เรี่ยไรไว้เดิม คณะนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยนำโดยนักเรียนเก่ามหาดเล็กหลวง หลวงเมธีนฤปกร (สดวก บุนนาค) จึงได้คิดจัดงานวชิราวุธานุสรณ์ขึ้นตามแบบอย่างงานฤดูหนาวในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อจัดตั้งสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย โดยมีหลวงเมธีนฤปกร เป็นนายกสมาคมคนแรกแล้ว สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยก็ได้จัดให้มีงานวชิราวุธานุสรณ์ที่สวนลุมพินีขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 - 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2483 โดยรายได้จากการครั้งนั้นได้ใช้เป็นทุนในการสร้างเสริมแท่นฐานประดิษฐานพระบรมรูปจนแล้วเสร็จ”
ข้อมูลนี้น่าสนใจมาก แต่ขัดแย้งเรื่องเวลากับข้อมูลของกรมศิลปากรที่ระบุว่า การหล่อพระบรมรูปทั้งองค์นั้นเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2484 แต่ที่คุณวรชาติเล่านั้นดูเหมือนการหล่อพระบรมรูปจะเสร็จก่อนหน้านี้แล้ว เพราะมีการอัญเชิญไปประดิษฐาน ซึ่งทำให้เห็นว่าแท่นฐานนั้นเตี้ยไป จึงจัดงานวชิราวุธานุสรณ์ (วันที่ 25 - 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2483) เพื่อหาเงินมาสร้างแท่นใหม่ให้สูงกว่าเดิม

สถานที่ใกล้เคียง

อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่
4.6 (447)
อนุสาวรีย์

อนุสาวรีย์หมู (อนุสาวรีย์สหชาติ)
4.3 (56)
อนุสาวรีย์

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
4.8 (19)
อนุสาวรีย์

ตําแหน่งที่ตั้ง