อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่กลางวงเวียน ระหว่างถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนดินสอ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
อายุสมัย :
รัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ( สร้าง พ.ศ. 2482 )
ประเภทโบราณสถาน :
อนุสาวรีย์ ยังไม่ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

ประวัติและความเป็นมา

การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 เป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ยังผลให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การยึดอำนาจการปกครองของคณะราษฎร ได้กระทำในเวลาเช้าตรู่ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้ประกาศหลัก 6 ประการ อันเป็นการวางแนวนโยบายของรัฐบาล ดังนี้
  1. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลายของประเทศไว้ให้มั่นคง
  2. จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ
  3. ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ
  4. จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน
  5. จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ
  6. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร์
ภายหลังจากวันที่ยึดอำนาจการปกครอง คณะราษฎรก็ได้พยายามบริหารประเทศ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์แห่งหลัก 6 ประการที่ได้ประกาศไว้ โดยการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว แล้วประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ความพยายามที่จะเป็นประชาธิปไตย เพื่อสร้างสรรค์บ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าเป็นไปอย่างยากลำบาก อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายก็พยายามที่จะคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย
พ.ศ. 2481 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ครั้งดำรงยศเป็นพลตรีหลวงพิบูลสงคราม ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปีถัดมาคือ พ.ศ. 2482 จอมพล ป. ได้ประกาศให้วันที่ 24 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันชาติ พร้อมกับให้มีการเฉลิมฉลองด้วย ในงานฉลองวันชาติปีแรกนี้ จอมพล ป. มีดำริที่จะสร้างอนุสาวรีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองซึ่งเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ และเพื่อให้ประชาชนตระหนัก ตลอดจนช่วยกันพิทักษ์รักษาเทิดทูนรัฐธรรมนูญและระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยสืบไป
จอมพล ป. ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อคัดเลือกสถานที่ตั้งอนุสาวรีย์ คณะกรรมการประชุมพิจารณากันหลายครั้ง ในที่สุดลงมติเห็นควรสร้างอนุสาวรีย์ที่แนวถนนราชดำเนิน ตรงบริเวณที่ถนนดินสอที่รัฐบาลกำลังสร้างมาจากทางสะพานวันชาติ ประกอบกับขณะนั้นรัฐบาลมีโครงการบูรณะถนนราชดำเนินให้สวยงาม บริเวณนี้จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมยิ่ง โดยสร้างวงเวียนโดยรอบ มีอนุสาวรีย์อยุ่ตรงกลาง
คณะกรรมการนำความเห็นเสนอรัฐบาล ซึ่งก็ได้รับความสนับสนุน และในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวันฉลองวันชาติและสนธิสัญญาซึ่งแสดงความเป็นเอกราชของชาติ เป็นวันประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์การสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จอมพล ป. เป็นประธานในพิธี ส่วนในด้านการดำเนินงาน รัฐบาลมอบหมายให้กรมศิลปากรโดยศาสตราจารย์ศิลปะ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบตามแนวความคิดที่กำหนด การก่อสร้างเริ่มในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2482 แล้วเสร็จในวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2483 จอมพล ป. นายกรัฐมนตรีขณะนั้น เป็นประธานในพิธีเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483
สิ้นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเป็นเงิน 250,000 บาท

คุณค่าและความสำคัญ

เป็นถาวรวัตถุที่สร้างเพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์
เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีความสำคัญและเป็นที่รับรู้มากที่สุด

รูปแบบทางศิลปะและสถาปัตยกรรม

อนุสาวรีย์ตั้งอยู่บนลานวงกลม ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ส่วนสำคัญที่สุดอนุสาวรีย์คือตัวพานรัฐธรรมนูญที่ประดิษฐานอยู่บนป้อมสูง ตัวป้อมมีประตู 6 ด้าน บนบานประตูประดับด้วยรูปพระขรรค์ด้านละหนึ่งเล่ม ทั้ง 4 ด้านของอนุสาวรีย์มีปีก 4 ปีก สูงจากพื้น 24 เมตร รัศมียาว 24 เมตร (วัดจากจุดศูนย์กลางของป้อมไปถึงขอบสุดของแท่นพื้น) ส่วนล่างของปีกทั้ง 4 มีภาพปูนปั้นนูนต่ำ แสดงประวัติการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร
ความหมาย
อนุสาวรีย์เป็นภาพสัญลักษณ์ที่มีความหมายเกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ดังนี้
- พานรัฐธรรมนูญ ตั้งอยู่บนยอดป้อมกลางอนุสาวรีย์ ทำด้วยสัมฤทธิ์ สูง 3 เมตร หมายถึง เดือน 3 หรือเดือนมิถุนายน ตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (แบบเดิมของไทยเริ่มปีใหม่ในเดือนเมษายน นับเป็นเดือน 1) และหมายถึงอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ (นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ)
- รูปพระขรรค์ 6 เล่ม ประดับประตูป้อมกลางที่ตั้งพานรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ด้าน หมายถึงหลัก 6 ประการอันเป็นนโยบายของคณะราษฎรที่จะใช้ในการปกครองประเทศสืบไป
- ปีกทั้ง 4 สูงจากแท่นพื้น 24 เมตร มีรัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปีกทั้ง 4 หมายถึงความรุ่งโรจน์แห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย
- ภาพนูนต่ำ งานปูนปั้นนูนต่ำที่ฐานของครีบทั้ง 4 แสดงเรื่องราวของคณะราษฎรขณะทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน 2475
- ปืนใหญ่ จำนวน 75 กระบอก ฝังโดยรอบฐานของอนุสาวรีย์ ปากกระบอกปืนฝังลงดิน แต่ละกระบอกมีโซ่ร้อยไว้ หมายถึง ปีที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เลข 75 เป็นเลขท้ายสองหลักของปี พ.ศ. 2475) ส่วนโซ่ที่ร้อยไว้ด้วยกัน หมายถึงความสามัคคีพร้อมเพรียงของคณะปฏิวัติ

ประวัติการอนุรักษ์และซ่อมแซม

  • พ.ศ. (ไม่ทราบแต่ต้องเป็นหลัง พ.ศ. 2511) มีการทาสีทองที่พานรัฐธรรมนูญ
    ซึ่งทำด้วยสัมฤทธิ์ จากเดิมรมควันดำทั้งพานและรัฐธรรมนูญ

พานรัฐธรรมนูญ ตั้งอยู่บนยอดป้อมกลางอนุสาวรีย์ ทำด้วยสัมฤทธิ์ สูง 3 เมตร หมายถึง เดือน 3 หรือ เดือนเมษายน ตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยนั้น (แบบเดิมของไทยเริ่มปีใหม่ในเดือนเมษายน) และหมายถึงอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ (นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ)

ปีกทั้ง 4 สูงจากแท่นพื้น 24 เมตร มีรัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปีกทั้ง 4 หมายถึงความรุ่งโรจน์แห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย

รูปพระขรรค์ 6 เล่ม ประดับประตูป้อมกลางที่ตั้งพานรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ด้าน หมายถึงหลัก 6 ประการอันเป็นนโยบายของคณะราษฎรที่จะใช้ในการปกครองประเทศสืบไป

ภาพนูนต่ำ งานปูนปั้นนูนต่ำที่ฐานของครีบทั้ง 4 แสดงเรื่องราวของคณะราษฎรขณะทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน 2475

ปืนใหญ่ จำนวน 75 กระบอก ฝังโดยรอบฐานของอนุสาวรีย์ ปากกระบอกปืนฝังลงดิน แต่ละกระบอกมีโซ่ร้อยไว้ หมายถึง ปีที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เลข 75 เป็นเลขท้ายสองหลักของปี พ.ศ. 2475) ส่วนโซ่ที่ร้อยไว้ด้วยกัน หมายถึงความสามัคคีพร้อมเพรียงของคณะปฏิวัติ

สถานที่ใกล้เคียง

อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่
4.6 (447)
อนุสาวรีย์

อนุสาวรีย์หมู (อนุสาวรีย์สหชาติ)
4.3 (56)
อนุสาวรีย์

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
4.8 (19)
อนุสาวรีย์

ตําแหน่งที่ตั้ง